UFABET OFFICIAL เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

หน้าหลัก UFABET

Kapook

Kapook วิธีรักษาความสัมพันธ์ของคู่รัก

Kapook

Kapook วิธีรักษาความสัมพันธ์ของคู่รัก คู่รักทุกคู่ ไม่ว่าจะวัยไหนๆ ต่างต้องมีปัญหากันอยู่แล้ว ปัญหาก็เป็นไปตามวัย และต้องปรับความเข้าใจกัน หากยังไม่อยากเสียคนรักไป คู่รักกันต้องมีพื้นที่ และเวลาเป็นของตัวเอง เราต้องไม่เข้าไปเป็นเจ้าชีวิตเค้า หรือหวงจนเกินไป อาจจะทำให้เค้ารู้สึกอึดอัด หรือไม่เป็นตัวเอง

หรือปัญหาต่างๆ ที่ตามมานั่นก็คือ การไม่แสดงออกว่ารักกัน การไม่เติมความหวาน ทำให้ความรักจืดชืด น่าเบื่อหน่าย การที่มีปัญหาแล้วไม่ยอมปรับความเข้าใจกัน กลายเป็นปัยหาสะสม อาจจะทำให้เลิกลากันไปเลยก็ได้ การไม่มีเวลาให้กัน อาจจะมองเห็นเพื่อน หรืออกไปสังสรรค์สำคัญกว่า เราสิ่งมาแนะนำ เป็นสิ่งที่ห้ามทำ และต้อมทำ ถ้าหากอยากให้ความสัมพันธ์ยืนยาว

สิ่งที่ต้องทำ

1. แสดงออกว่ารัก

ความรัก ไม่ได้หมายถึงเพียงความสัมพันธ์ฉันท์หนุ่มสาวเท่านั้น แต่เป็นความรักที่เรามีให้ได้กับทุกคนรอบตัว โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว การอ้างว่า “จะให้พูดว่ารักทำไม ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่ารัก ไม่เห็นจะต้องแสดงออกอะไรมากมาย” คำอ้างว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม

แต่คำพูดหรือการแสดงออกกลับไม่มีสัญญาณว่าอีกฝ่ายมีตัวตนเลย รู้หรือไม่? ว่าทำให้คนรอบข้าง “เสียใจ” มานักต่อนักแล้ว และอาจยิ่งแย่ไปกว่าเดิม หากสิ่งที่แสดงออกมีแต่ทางลบ

รวมการอ้างว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” ก็ไม่ได้ช่วยให้ใจของอีกฝ่ายดีขึ้น หากมีแต่คำพูดเชิงลบออกจากปาก แต่สุดท้ายลูบหลังด้วยการกระทำ แรก ๆ อาจจะดูเหมือน “ถึงร้ายก็รัก” แต่จะไม่ดีกว่าเหรอถ้าเราจะไม่ร้ายกับคนที่เรารัก

ดังนั้น หากรักพวกเขา ก็แสดงออกให้อีกฝ่ายรู้ว่า “เรารักเขา เขามีค่า เขามีความสำคัญ” ไปเลย เพราะนี่เป็นยาทางใจที่ดีสำหรับทุกความสัมพันธ์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กแล้วมองข้ามไป

2. มีความเกรงใจ

สิ่งที่เห็นได้ชัดว่าคนเราสนิทกันมากขึ้น คือ “ความเกรงใจ” หายไป (แต่ไปเกรงใจ “คนอื่น” มากกว่า) ทั้งที่ความจริง ยิ่งสนิทกันมากเท่าไรก็ยิ่งต้องเกรงใจกันมากเท่านั้น ไม่ใช่ว่าคิดว่าทำอะไรก็ได้เพราะเราสนิทกัน ให้คำนึงเสมอว่า “เอาใจเขามาใส่ใจเรา”

ถึงจะสนิทกันแค่ไหนก็ยังต้องให้เกียรติกัน ซื่อสัตย์ต่อกันและกัน เกรงใจกัน เพราะเรื่องของจิตใจ คนเราไม่เหมือนกัน บางเรื่องเราอาจมองว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กับอีกฝ่ายอาจเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจร้ายแรง อย่าให้ความสนิทสนมทำร้ายความรู้สึกและทำลายความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน

3. คุยเปิดใจ

จริงอยู่ที่ทุกคนมีเรื่องส่วนตัว มีความลับมีไม่ต้องการจะบอกให้ใครรู้ แต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ หากประเมินดูแล้วว่าเรื่องใดมีผลต่อจิตใจของอีกฝ่าย ก็ควรที่จะเปิดใจคุยกันมากกว่า ไม่พอใจอะไรก็ควรจะพูดกันตรง ๆ

ไม่ใช่แสดงออก ด้วยการกระทำที่ไม่น่ารัก วิธีการเจอกันคนละครึ่งทางและหาจุดที่จะเข้าใจตรงกัน เป็นทางออกที่ดีสำหรับเรื่องนี้ อย่าให้ความเข้าใจผิด ความคิดไปเอง หรือการหลอกลวง ค่อย ๆ กัดกินความสัมพันธ์ไปเรื่อย ๆ จนเปราะบาง

4. หาเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน

เมื่อเราเติบโตขึ้น ต่างคนต่างก็มีภารกิจ มีหน้าที่ที่ต้องทำ นั่นทำให้เวลาในการอยู่ร่วมกันจะลดน้อยลง บางคนอยู่บ้านเดียวกัน แต่แทบไม่ได้เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำยังมี ดังนั้น เพื่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น ก็ขอให้หาเวลาอยู่ด้วยกันหรือทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง

ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมใหญ่โต เพียงแค่อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาสักวันหนึ่งในสัปดาห์ กินข้าวด้วยกัน ดูทีวีด้วยกัน ก็ช่วยให้กำลังใจของคนรอบตัวดีขึ้นได้อย่างน่าประหลาดเลย

5. ให้อภัย

เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะทำผิดพลาด แต่สิ่งสำคัญที่คนใกล้ตัวต้องไม่มองข้าม คือการให้อภัย เพราะการให้อภัย ไม่ได้เป็นแต่เพียงการแสดงน้ำใจเท่านั้น แต่ยังช่วยปลดพันธนาการบางอย่างในใจของกันและกันได้

ทำให้ต่างฝ่ายต่างก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีอะไรติดค้าง เมื่อให้อภัยกันแล้ว เวลามีเรื่องกระทบกระทั่ง ก็อย่าขุดเรื่องเก่าขึ้นมาทำลายปัจจุบันและอนาคต อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าการที่อีกฝ่ายให้อภัยบ่อย ๆ จะได้ใจ ให้กลับไปดูข้อ “มีความเกรงใจ”

6. เชื่อใจกัน

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น สิ่งแรกที่ควรทำคือ เชื่อใจคนของตัวเองไว้ก่อน เพราะต้นเหตุของความบาดหมางของคนใกล้ชิดมักมาจากการ “เชื่อใจคนอื่นมากกว่าคนของตัวเอง” เพราะความไม่เชื่อใจเป็นการลดทอนคุณค่าและเบลอตัวตนของคน คนนั้นออกไปจากจิตใจ เป็นยาพิษที่ค่อย ๆ ทำลายความสัมพันธ์ไปทีละน้อย

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า แสดงออกชัดเจนว่าลำเอียง หรือเชื่อแบบสนิทใจ โดยไม่คิดจะตรวจสอบหรือพิสูจน์อะไร ดังนั้น จงเชื่อใจคนของตัวเองก่อน ระหว่างนั้นก็ค่อยพิสูจน์ความจริง หากคนของตัวเองผิดจริง ค่อยหาวิธีแก้ไขกันต่อไป

7. ต่อหน้า ลับหลัง ต้องเหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบใด ไม่มีใครชอบให้ตัวเองตกเป็นหัวข้อของการ “นินทาลับหลัง” เพราะการที่ต่อหน้าทำแบบ ลับหลังทำอีกแบบ มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ และยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจกันได้ หากความสัมพันธ์ต้องดำเนินไปอย่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน จากคนที่ไม่เคยจะจริงใจต่อกัน จะมีความสุขได้อย่างไร

สิ่งที่ไม่ควรทำ

เรื่องของความสัมพันธ์ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเปราะบาง โดยเฉพาะความสัมพันธ์แบบคนรัก เรื่องเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะกลายเป็นเป็นเรื่องราวใหญ่โต จนทำให้เกิดการเอือมระอาในความสัมพันธ์ จนนำไปสู่การเลิกราที่จบแบบไม่สวยได้ และนี่คือ 7 ข้อห้ามที่ “อย่า” ทำถ้าไม่อยากจบความสัมพันธ์เร็วกว่าที่คาด

1. เฉยชาไม่ใส่ใจ

ก็ไม่รู้ว่าการมีแฟนมันคือพรหมลิขิต หรือเวรกรรมกันแน่ เพราะถ้าหากเป็นแฟนกันแต่ไม่ได้รับการใส่ใจบ้าง แถมยังถูกเมินใส่เกือบทุกครั้งที่เจอกัน ใครจะไปทนไหวล่ะจริงไหม? นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ถ้าไม่อยากถูกแฟนเทก็อย่าทำนิสัยไม่น่ารักแบบนี้ แต่ให้คิดเสมอว่าวันแรกที่เราอยากได้เขามาครอบครอง แล้วพอเป็นเจ้าของทำไมถึงไม่คิดรักษาเขาให้ดีล่ะ

2. ไม่รู้จักเว้น space เวลาส่วนตัวให้กัน

แม้จะเป็นแฟนกันแต่หลายคน ก็คงยังอยากมีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองบ้าง ยกตัวอย่างการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่แฟนของคุณอาจจะไม่เข้าใจ เช่น ผู้ชายชอบเล่นเกม ผู้หญิงชอบดูซีรีส์ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนต่างก็ต้องการเวลาตรงนี้ ฉะนั้นหากไม่รู้จักเว้นพื้นที่เว้นเวลา หรือตัวติดกันตลอด ก็อาจจะทำให้แฟนของคุณรู้สึกรำคาญ และเบื่อหน่ายจนเทคุณไปเลยก็ได้

3. ทำอะไรก็ให้รอตลอด

ข้อนี้อาจจะโดนใจคุณผู้ชายหลายคน ที่มีแฟนแต่งตัวนาน ๆ หรือทำอะไรก็ตามแล้วต้องให้รอตลอด เช่น กินข้าวช้า เข้าห้องน้ำนาน ใช้เวลาเลือกเสื้อผ้าเลือกเครื่องสำอาง หลายชั่วโมง ฯลฯ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่เข้าข่ายทำให้แฟนเบื่อ และความสัมพันธ์ด้านความรักลดลง จนถึงขั้นอาจเลิกรากันไปเลยทีเดียว เพราะคงไม่มีใครชอบรออะไรนาน ๆ หรอก

4. เอาแต่ใจ ชอบบังคับ แถมขี้บ่น

แน่นอนว่าคนที่มีคู่รักอยู่แล้ว จะต้องประสบกับนิสัยในข้อนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเอาแต่ใจ ชอบบังคับ ขี้บ่น แต่รู้หรือไม่ว่านิสัยเหล่านี้นี่แหละ ที่เป็นตัวทำให้ความสัมพันธ์เรื่องความรักนั้นลดลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะถ้าหากเป็นแล้วยอมปรับปรุงแก้ไข สถานการณ์ก็อาจจะกลับมาดีขึ้น แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้ รับรองว่าคุณได้เลิกกับแฟนก่อนแน่

5. โกรธแล้วไม่ยอมพูดด้วย

สงครามประสาทดี ๆ นี่เอง สำหรับใครก็ตาม ที่มีนิสัยโกรธแล้วไม่ชอบพูด ไม่ชอบอธิบาย แย่ไปกว่านั้นคือผิดแต่ไม่ยอมขอโทษ ซึ่งขอบอกไว้เลยว่าการมีนิสัยแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแถมทำให้แย่กว่าเดิมซะอีก เพราะหากทะเลาะกันแล้วแต่เรื่องยังค้างคาก็คงไม่มีใครชอบ เอาง่าย ๆ ว่าการทำเป็นเฉยชามันไม่ได้ช่วยอะไรให้อะไรดีขึ้นเลย

6. ขี้ระแวง ชอบชวนทะเลาะ

ความขี้ระแวง และชอบหาเรื่องมาทะเลาะทุกวัน ก็เป็นบ่อเกิดแห่งความเบื่อได้เหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ที่ทำให้แฟนคุณรู้สึกหน่ายจนไม่อยากไปต่อแล้ว ดังนั้นถ้าใครรู้ตัวว่าตัวเองขี้ระแวงเกินเหตุ หึงหวงเกินเบอร์ จับเรื่องนู้นมาบวกเรื่องนี้แล้วชอบชวนแฟนทะเลาะ ก็แนะนำว่าให้หยุดนิสัยนั้นเสีย ก่อนจะกลายเป็นคนโสด โดนทิ้งเพราะถูกเบื่อ

7. จู้จี้จุกจิกน่ารำคาญ

ไม่มีใครชอบ ความจู้จี้จุกจิกเบอร์แรงหรอก เขาหรือเธอต้องการคนรักไม่ใช่พ่อหรือแม่คนที่สอง ดังนั้น การจู้จี้จุกจิกเกินขอบเขตมันทำให้เกิดความรู้สึกรำคาญ และเบื่อได้ไม่ยากเลย อย่าลืมว่าความอดทนคนเรามีจำกัด และอย่าคิดว่าเขาจะอดทนตลอดไป ต่อให้รักกันมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่อยากโดนบอกเลิกด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องเพราะทำตัวน่ารำคาญเกินไปล่ะก็ อย่าทำตัววุ่นวายขนาดนั้น

ufabet72 joker

Last Update : 30 กรกฎาคม 2020 (ข้อมูลล่าสุดปี 2021)